Chinese New Year

Web

 

ประวัติวันตรุษจีน หรือปีใหม่จีน (Chinese New Year)

          สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ใกล้เทศกาลตรุษจีนกันแล้ว ครูพลอยในฐานะที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน จึงขอเอาเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับเทศกาลนี้ และคำศัพท์ภาษาอังกฤษมาฝากกันค่ะ

ตรุษจีนนั้นเป็นที่รู้จักและจำได้ทั่วไปว่าเป็น การฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ(Spring Festival) และการฉลองในแต่ละปีจะกินระยะเวลานานถึง 15 วัน ตามปฏิทินจีน(Chinese lunar calendar) ดังนั้นวันตรุษจีนในแต่ละปีจะไม่ตรงกันทุกปี เหมือนกับวันปีใหม่สากล ในปีนี้ก็เข้าสู่ปีระกา (a year of the Rooster) เวลาใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน ผู้คนก็จะเริ่มเริ่มซื้อของขวัญ (gift), สิ่งของประดับบ้านเรือน (decorative things), อาหาร (food)และเสื้อผ้า(clothes) การทำความสะอาดครั้งใหญ่(cleaning the house)ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน  ซึ่งหมายถึงการกวาดเอาโชคร้ายออกไป ประตูหน้าต่างมีการขัดอย่างสะอาดเอี่ยมอ่องทาสีใหม่  ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะนิยมทาสีแดง และมักจะนำโคมแดงมาแขวนหน้าบ้าน(red lanterns) ประตูหน้าต่างจะถูกประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพร (red couplets) อย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืน เป็นต้น

วันก่อนวันตรุษจีน(Chinese New Year’s Eve) 27มกราคม 2560

 คนจีนจะมีการรวมญาติกันเพื่อมาทานอาหารค่ำพร้อมหน้า(enloy a reunion dinner) 

อาหารค่ำนั้นประกอบด้วยอาหารทะเล(sea food) และอาหารนึ่ง( dim sum)เช่นขนมจีบ ต่างๆกัน อาหารอร่อย(savory food)แต่ละอย่างมีความหมายในตัวเองอย่างเช่น

กุ้ง (shrimp) จะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรือง(prosperous life) และความสุข(happy)

เป๋าฮื้อ (abalone) หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี

สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งโชคดี

จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาร่ายดูคล้ายผมแต่กินได้จะนำความความร่ำรวย (wealth) มาให้

และขนมต้ม หมายถึงบรรพชน (ancestors) อวยพร

และวันนี้จะเป็นวันที่เด็กๆรอคอยกันมาก เพราะจะได้รับซองแดง ที่เรารียกกันว่าอั่งเป่า (giving red envelopes or lucky money to kid) มีเงินตุงๆอยู่ในซองนั้น ตอนเด็กๆเทศกาลนี้ครูรอคอยอย่างใจจดใจจ่อทั้งปีเลย

 

วันตรุษจีน (Chinese New Year) 28 มกราคม 2560

การเฉลิมฉลอง ที่เราจะพบเห็นกันทั่วไป คือการจุดพลุ และจุดประทัด (setting off firework and firecrackers) แต่ในเมืองไทยเราจะไม่เห็นมากเท่าไหร่ แต่ถ้าเราอยู่ที่เมืองจีน หรือย่านชุมชนคนจีน การจัดพลุและประทัดจะดังมากราวกับปล่อยจรวด บางคนถึงขั้นต้องใส่หูฟัง (earplug)กันเลยทีเดียว

เสื้อผ้าวันตรุษจีน ตั้งแต่จำความได้ วันตรุษจีนครูถูกจับใส่กี่เพ้า (Mandarin gown) สีแดงมาโดยตลอด เพราะคนจีนมีความเชื่อว่า การใส่เสื้อผ้าสีแดงถือเป็นสีที่เป็นมงคล (auspicious) เป็นการไล่ปีศาจร้าย (bad spirit) ให้ออกไป การใส่สีดำหรือขาวเป็นสิ่งต้องห้าม (taboo) ซึ่งสีเหล่านี้ถือว่าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์

การไหว้บรรพบุรุษ (offering sacrifices to ancestors)

ถือเป็นธรรมเนียมที่ครูชินตามาก ในวันตรุษจีน คือการตั้งโต๊ะด้วยอาหารคาวหวานเลิศรสไหว้บรรพบุรษที่เสียไปแล้ว อาหารที่ควรจะมีเพื่อเป็นมงคลคือ

  • เม็ดบัว (lotus seed)– มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
  • เกาลัด (chestnut)– มีความหมายถึง เงิน
  • สาหร่ายดำ (black seaweed)– คำของมันออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย
  • เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง– คำของมันออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข
  • หน่อไม้ (bamboo shoot)– คำของมันออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์
  • ปลาทั้งตัว(fish) –เป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกันและความอุดม-สมบรูณ์ (abundance)
  • ไก่(chivken) –สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์
  • เส้นหมี่(noodle) –ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว

เมื่อเราไหว้บรรพบุรุษเป็นที่เรียบร้อย สมาชิกในครอบครัวก็จะร่วมรับประทานอาหารไหว้ด้วยกัน เป็นการรวมญาติที่ไม่ได้พบกันมานาน

ความเชื่อโชคลางและข้อห้ามในวันตรุษจีน

ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล(swear words and curse words) และคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่

ที่สำคัญคนจีนเราเชื่อว่า หากร้องไห้ในวันปีใหม่ จะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี

การเข้าห้องนอนผู้อื่นในวันตรุษจีน ถือเป็นโชคร้ายมาก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วยหรือปกติ ก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก

ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกร(scissors)ในวันตรุษจีนเพราะชาวจีนเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดี

ทุกวันนี้ข้อปฏิบัติบางอย่างอาจจะแตกต่างจากเดิมไปบ้างตามกาลเวลา แต่อย่างน้อยครุพลอยก็อยากนำเรื่องราวดีๆ ในเทศกาลตรุษจีนมาเล่าสู่กันฟังพร้อมคำศัพท์เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษของทุกคนให้มากยิ่งขึ้นค่ะ

ติดตามบทความดีๆ จากครูพลอยกันได้นะคะ

No Comments

Be the first to start a conversation

Leave a Comment